Wednesday, January 31, 2007

รอวันพรุ่ง


.
ประคองตน ประคองใจ ให้หยัดยืน
ทนฝืน ขืนโชค วาสนา
กล้าแดด แผดเผา นานมา
ปัญหา มากล้น สุดทนทาน
.
ยังเคี่ยวกรำ ตรำตรากต่อ ไม่ท้อแท้
สองตาแล สองมือถ่อ ก่อสืบสาน
รอวันพรุ่ง รุ่งนภา ฟ้าเบิกบาน
เปิดตำนาน ชีวิตใหม่ ด้วยใจ...ทรนง

Wednesday, January 24, 2007

เพียงพบ...เพื่อผ่าน


เพียงพบแล้วผ่านเลย
จึงเอื้อนเอ่ยเผยความนัย
ทุกสิ่งมอบให้ไป
ด้วยหัวใจ...ใคร่ตรองดู
บางครั้ง..ฉันพลาดผิด
บางสิ่งคิดน่าอดสู
ความเป็นไปเกินหยั่งรู้
ที่เห็นอยู่...สิอำพราง
เมื่อมิ่งมิตรมาแปรผัน
ความสัมพันธ์จึงเมินหมาง
สิ่งดีดีกลับเลือนลาง
แล้วทุกอย่าง..กลายผิดไป
....
...เมื่อฉันเห็นในทุกสิ่ง..โลกความจริง..กลับสดใส
ทั้งความรัก..และอภัย...ยังอยู่ใน...ใจดวงเดิม...

Wednesday, January 17, 2007

ล่องเรือน้อย



ตะวันรอน อ้อนเมฆา มายาภาพ
ใจกำซาบ ล่องเรือหา ขอบฟ้าสวย
ธารชะตา ไหลเอื่อยชิน รินระรวย
มองไม้ด้วย ใจม้วยได้ ใกล้สิ้นตน...
.
วาดเส้นทาง วางเส้นทอง ของชีวิต
รู้ถูกผิด รู้ดีงาม ยามสับสน
ทุกก้าวย่าง ตระหนักชี้ วิถีชน
ย้ำเตือนตน จนกว่า ชีวาวาย

Friday, January 12, 2007

ธรรมะจากรวงข้าว


.....จากข้อความ...เรียกร้องถึง ความกตัญญู...รู้พระคุณแผ่นดิน พระคุณน้ำ พระคุณแสงแดด พระคุณชาวนา พระคุณผู้ขนย้าย และพระคุณผู้ที่เกี่ยวข้องอีกกี่คนหนอ กว่าเมล็ดข้าวเหล่านั้นจะตกถึงท้องผู้หิวโหยเช่นเรา กี่หยาดเหงื่อ กี่แรงงาน กี่มือ...กันหนอ คิดถึงเขาบ้างไหม เคยอวยพรให้เขามีความสุขบ้างไหม เคยรับรู้ถึงความจนยาก ลำบากของเขาบ้างไหม..

...รวงข้าวที่โน้มลงต่ำยามที่เมล็ดข้าวสุก พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว เปรียบเหมือนคนเรา ยิ่งแก่กล้า ยิ่งรู้รอบ ยิ่งสูงค่า ต้องยิ่งอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้อื่น ต้องมิลืมว่า คนเราย่อมไม่ต้องการให้ใครมาแสดงความเป็นเจ้า เป็นนาย แสดงอำนาจเหนือชีวิตของใครสักคนหรอก ถึงแม้ภายนอก ดูเหมือนยอมศิโรราบ แต่ในใจอาจเคืองแค้น รอวันเวลาที่จะประกาศความเป็นไทอยู่ก็ได้ จึงควรพิจารณา

...ทุกส่วนของต้นข้าว จัดทำประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่เมล็ดข้าว ข้าวเปลือก ฟางข้าว ใบ ต้น ฯลฯ แล้วชีวิตเรา ทำประโยชน์ได้แค่ไหน คุ้มแล้วหรือไม่ที่เกิดมาเป็นชีวิตหนึ่ง ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาเนิ่นนาน ทำประโยชน์ให้ใครบ้าง

...แม้เพียงแค่ภาพ ยังสร้างความสดชื่น สร้างจินตนาการที่ดีแก่ผู้พบเห็นได้ เอ..แล้ว..แล้ว ถ้าเป็นภาพตัวเรา จะสร้างความรู้สึกดีดีให้แก่คนดูได้บ้างไม๊เนี่ย ..อิ อิ

...เฝ้ารำพึงกับรวงข้าวหล่น บ่นอยู่กลางท้องนา
ครวญตามสายลมมา บอกเธอว่าข้าคิดถึง...

...คอยลม
คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้ขับร้อง : ยรรยงค์ เสลานนท์
.. พลิ้วลม พัดรวงข้าวเอนลู่ไปข้าวซิร่วงไสว สมใจชาวนาสิ้นห่วงชื่นอุรา
เห็นข้าวกล้าออกรวงแต่ข้าช้ำ ใจข้าห่วงหวงรักเจ้าข้าม เกินบาง..
สาวเอย โถน้ำใจเจ้าช่างดำแกล้งรักข้าให้ช้ำ รักแล้วมาทำเหินห่าง
กลับไปรักหลงเจ้าหนุ่มต่างบางข้าอดสู ใจไม่สร่างเพราะเจ้ามาห่าง แรมรา
ข้าวเบาหน้านี้ รวงดีเพราะมีลมโบกได้ลมฉ่ำฝนจนโชก แต่ใจข้าโศกหนักหนา
เจ้าสิ้นใจรัก ข้ายังภักดีเรื่อยมา นี่หรือน้ำใจเจ้ากล้า ทิ้งข้าไปได้ ลงคอ..
สาวเอย โถน้ำใจเจ้าช่างดำแกล้งรักข้าให้ช้ำ รักพรากเจ้าเป็นคนก่อ
เจ้าลืมหรือ โถข้าซื่อตรงรอ กลับเถิดหนอ ใจข้าโศกเหมือนคอยลมโบก ข้าวเบา

Friday, January 5, 2007

เมตตา..มหานิยม


หากแค่เพียงความเมตตา...
ความเกลียดชัง ความโกรธเคือง ความพยาบาท ก็ไม่บังเกิดขึ้นในใจ
สรรพสิ่งในโลกเมื่อเมตตากัน ก็จะอาศัยอยู่อย่างเกื้อกูลต่อกัน มีความรักต่อกัน การแก่งแย่ง การจ้องทำลายล้างก็เหือดหาย
สังคมก็จะอยู่กันอย่างสงบสุข
คำน้อย ก็ไม่อยากจะหลุดมาให้ระคายเคืองใจใคร
ตระหนักทุกเมื่อยาม..ที่มีปฏิสัมพันธ์กับใคร
เริ่มต้น..จากคนใกล้ตัว สร้างสรรค์สังคมในฝัน
อย่างน้อย..สังคมเล็กๆ ก็สงบสุขได้
เริ่มซะทีสิ อย่ารอแม้เพียงเสี้ยววินาที
อย่าให้เจอคำอุทาน " ฝัน..อีกแล้ว " เลยนะ..ชีวิต

Wednesday, January 3, 2007

ควันหลง..ปีใหม่




ควันหลง...ปีใหม่ ยังลอยกรุ่นอุ่นไอให้ยินดีปรีดา อีกไม่กี่วัน ก็จะดำเนินผ่านไปตามระเบียบรัตน์แล้ว อยากให้ลมพัดหวนทวนกลับ..มาเยี่ยม..มาเยือน เสกความรักให้ลอยไป ฉุดหัวใจให้คืนกลับมา .. ซะที .. ดีไหมหนอ อยากจะขอ... เพียงอยากจะขอเข้าไปหลับใหลในเศษเสี้ยวแห่งความฝันของใครๆ บางคนบ้าง..เท่านั้น แล้วเราจะพบกัน...ในฝัน...

Tuesday, January 2, 2007

ปีใหม่แล้ว



ปีใหม่แล้ว ที่จริง ก็คือสมมติบัญญัติเท่านั้นเอง

แต่ก็อดที่จะตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้

...กลับมานั่งทบทวนเรื่องราวในปีที่ผ่านมา

ที่สุข..ก็พอใจ ที่ทุกข์..ก็สุดเศร้า

ท้ายสุด ก็ขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา

เป็นประสบการณ์ให้กับชีวิต เป็นบทเรียนบทใหญ๋

ถึงแม้กลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เก็บเกี่ยวทุกสิ่งไว้

เพื่อเป็นแนวทางในกการดำเนินชีวิตต่อไปได้ ....ขอบคุณจริง ๆ .....